วันที่ 6 มีนาคม 2568 เวลา 8.30 น. นายนพพร บุญแก้ว ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 14 พร้อมคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง ลงพื้นที่ตรวจราชการแบบบูรณาการ ติดตามนโยบายเร่งด่วนและนโยบายสำคัญของรัฐบาล และติดตามงานที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมายที่จังหวัดยโสธร โดยมีนายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายสันชัย พัฒนะวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ตลอดจนคณะหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุป ถึงผลการดำเนินการที่ผ่านมา เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ การขับเคลื่อนนโยบาย SOFT POWER การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า การขับเคลื่อนนโยบายพักชำระดอกเบี้ย 3 ปี
จากนั้นในเวลา 13.30 น. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานขนส่งจังหวัดยโสธรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการให้บริการของศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ในการให้บริการประชาชน ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการภาครัฐให้มีความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการให้บริการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการของภาครัฐ ซึ่งในโอกาสนี้ได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของสำนักงานขนส่งจังหวัดยโสธรในการรักษามาตรฐาน GECC และย้ำถึงความสำคัญในการให้บริการที่มีคุณภาพและมีความสะดวกสบายสำหรับประชาชน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้หน่วยงานมุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีเยี่ยมและสะดวกที่สุด และในเวลา 14.30 น. ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมป่าชุมชนบ้านเหล่าหุ่ง ตำบลเหล่าไฮ อำเภอคำเขื่อนแก้ว ที่เข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐาน T-VER ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศด้วยความสมัครใจ สามารถนำปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นที่เรียกว่า คาร์บอนเครดิต ไปขายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศได้ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยป่าชุมชนแห่งนี้มีพื้นที่ 781 ไร่ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ” ระยะที่ 3 ของกรมป่าไม้ ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ที่กระจายอยู่ใน 4 อำเภอของจังหวัดยโสธร ได้แก่ เลิงนกทา กุดชุม คำเขื่อนแก้ว และป่าติ้ว รวม 21 แห่ง พื้นที่กว่า 16,352.1 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 15,826 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนดูแลป่า เพราะคนในชุมชนจะมีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตไร่ละ 300บาทในปีแรก ส่วนปีที่ 2 จะได้ไร่ละ 400 บาท
โดยในโอกาสนี้นายนพพร บุญแก้ว ยังได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของสำนักงานขนส่งจังหวัดยโสธรในการรักษามาตรฐาน GECC และย้ำถึงความสำคัญในการให้บริการที่มีคุณภาพและมีความสะดวกสบายแก่ประชาชน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีเยี่ยมและสะดวกที่สุด ขณะที่การดำเนินงานของป่าชุมชนบ้านเหล่าหุ่ง ได้กล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่ได้ช่วยกันดูแลป่า ที่เป็นหัวใจสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยลดภาวะโลกร้อนและบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกฝังให้ลูกหลานได้เห็นความสำคัญในการดูแลรักษาป่า เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่จะทำให้โลกมีอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับชุมชน โดยทุกคนมีรายได้ มีเงินกองทุน มาช่วยกันพัฒนาและสร้างความยั่งยืนให้ผืนป่า
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร / ข่าว