วันที่ 18 เมษายน 2569 จากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนถึงปรากฏการณ์ อากาศร้อนจัดปะทะมวลอากาศเย็น จากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ต้องรับศึกหนักเป็นที่แรก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลไปจนถึงวันที่ 20 เมษายนนี้ โดยล่าสุดนายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยนาง นันทพร ศรศรีวิชัย นายกเหล่ากาชาดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร นายวรายุทธ จงอักษร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร นายวิเชียร สุดาทิพย์ ปลัดจังหวัดยโสธร นายวรเทพ ทองน้อย นายอำเภอมหาชนะชัย และคณะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำกำลังลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย หลังถูกพายุฟดูร้อนได้พัดถล่มในพื้นที่เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 17 เมษายน นาน กว่า 1.30 ชั่วโมง

โดยเบื้องต้นในพื้นที่อำเภอมหาชนะชัย มีบ้านเรือนประชาชนเสียหายรวม 841 หลังคาเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล 27 หมู่บ้าน วัดเสียหาย 2 แห่ง โรงเรียน 4 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เสียหาย 1 แห่ง ทรัพย์สินเกษตรที่เป็นคอกสัตว์ 3 หลัง และเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นรวม 15 ต้น ซึ่งในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้เร่งกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทางอำเภอ ให้เร่งสำรวจความเสียหายทั้งหมดให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้เร่งช่วยเหลือเยียวยาทุกคนได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังมีความห่วงใยเป็นพิเศษต่อความเสียหายของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งมีการปรับปรุงและเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน แต่กลับถูกพายุทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องมือแพทย์เสียหายซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดูแลสุขภาพประชาชน รวมถึงอาคารเรียนที่พังเสียหายที่จะต้องเร่งซ่อมแซมให้ทันการใช้งานที่ใกล้จะเปิดภาคเรียนแล้ว โดยย้ำว่าเด็กนักเรียนต้องมีที่เรียน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งทำเรื่องเสนอตามระเบียบราชการอย่างเร่งด่วนที่สุด สำหรับการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างได้ขอให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยโสธร ที่บูรณาการร่วมกับทีมจากอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เร่งติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงใหม่ทั้ง 15 ต้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้พี่น้องประชาชนได้ตามปกติภายในวันนี้ และนอกจากอำเภอมหาชนะชัยแล้วพายุลูกนี้ยังสร้างความเสียหายในพื้นที่อื่น ๆ ของจังหวัดยโสธร ประกอบด้วย อำเภอเลิงนกทาได้รับผลกระทบ 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 122 หลังคาเรือน ยุ้งฉาง 1 หลัง และอำเภอค้อวังได้รับผลกระทบ 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 4 หลังคาเรือน

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ยังได้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนคนอื่น ๆ ว่า ในช่วงนี้ในพื้นที่ยังคงมีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันอยู่ ขอให้ทุกคนได้ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง หรือใต้ต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณาที่ไม่มั่นคง สำหรับเกษตรกรควรหาไม้ค้ำยันผลไม้และดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัยจากพายุฝน ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อด้วย

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร#ยโสธร

ทินกร ข่าว/ภาพ