จังหวัดยโสธร ประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ติดตามความคืบหน้าผลการใช้จ่ายงบประมาณ และพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ห้องประชุมยศสุนทร ศาลากลางจังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) จังหวัดยโสธร ครั้งที่ 2/2568 เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งจังหวัดยโสธรได้รับการจัดสรร จำนวน 5 ผลผลิต/โครงการ 7 กิจกรรมหลัก 28 กิจกรรมย่อย งบประมาณรวม 213,050,400 บาท โดยสำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ให้จังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นเงิน 194,168,000 บาท แยกเป็นงบดำเนินงาน 21,436,000 บาท และงบลงทุน 172,732,000 บาท ซึ่ง ณ วันที่ 31 มกราคม 2568 มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้ว 6,587,500 บาท อยู่ในลำดับที่ 25 ของประเทศ ส่วนผลการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี จำนวน 4 ผลผลิต/โครงการ 7 กิจกรรมหลัก 7 กิจกรรมย่อย งบประมาณ 87,046,481.73 บาท ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ยังคงมีเงินเหลือจ่ายจากการทำใบสั่งซื้อ (PO) 37,487.97 บาท
จากนั้นเป็นการร่วมกันพิจารณาการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่มีส่วนราชการ/หน่วยงาน ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ จำนวน 1 โครงการ 1 กิจกรรมหลัก 1 กิจกรรมย่อย คือโครงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและบริการ วงเงิน 29,440,000 บาท ประกอบด้วย รายการที่ 1 ซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต สาย ยส.3009 แยก ทล. 212 – บ้านคำเตย อำเภอเลิงนกทา,ไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เนื่องจากได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมทางหลวงชนบทดำเนินการแล้ว จึงขอเปลี่ยนช่วงกิโลเมตรที่ดำเนินการใหม่ รายการที่ 2 ซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต สาย ยส.3012 แยก ทล. 202 -บ้านทรายมูล อำเภอป่าติ้ว อำเภอเมืองยโสธร อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร เนื่องจากได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมทางหลวงชนบทดำเนินการในพื้นที่บางส่วนแล้ว และรายการที่ 3 ซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต สาย ยส.4038 แยก ทล.2169 – บ้านโพธิ์ อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร เนื่องจากชื่อของรายการคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ตรงตามทะเบียนของทางหลวงใหม่ จึงต้องมีการดำเนินการโครงการใหม่เพื่อให้ช่วงกิโลเมตรในถนนสายทางเดิมเป็นไปตามข้อเท็จจริง จึงขอเปลี่ยนแปลงช่วงกิโลเมตรพื้นที่ดำเนินการใหม่ โดยไม่ทำให้วัตถุประสงค์ของโครงการเปลี่ยนแปลงไป และไม่ส่งผลให้จำนวนกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ได้รับผลประโยชน์ลดลง รวมทั้งต้องไม่มีผลทำให้ต้องเพิ่มวงเงินงบประมาณตามที่ได้รับความเห็นชอบ สำหรับการเปลี่ยนแปลงหน่วยดำเนินงานจะต้องเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจโดยตรงตามกฎหมาย